<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>android &#187; Blog</title>
	<atom:link href="http://event.sanook.com/android/tag/blog/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://event.sanook.com/android</link>
	<description>Just another WordPress site</description>
	<lastBuildDate>Fri, 20 Mar 2015 02:38:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
		<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
		<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.9</generator>
	<item>
		<title>5 แนวคิดควรพิจารณาก่อนเริ่มต้นสร้างบล็อกของตัวเอง</title>
		<link>http://event.sanook.com/android/354/</link>
		<comments>http://event.sanook.com/android/354/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Feb 2015 02:43:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[How To]]></category>
		<category><![CDATA[News]]></category>
		<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อก]]></category>
		<category><![CDATA[บล็อกเกอร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://event.sanook.com/android/?p=354</guid>
		<description><![CDATA[เขียน thumbsup มา 4 ปีเต็ม ไม่เคยมีตอนไหนรู้สึกจั๊กกะเดียมเหมือนเขียนพาดหัวตอนนี้เลยผับผ่าครับ (พาดหัวรู้สึกเหมือนเขียนปลุกใจขายตรงชะมัด) จริงๆ แล้วแค่อยากจะรวบรวมแนวคิดส่วนตัวที่ผมใช้ตอนก่อนที่จะร่วมสร้าง thumbsup มาแชร์ครับ ตอนนี้ใครเป็นบล็อกเกอร์น่าลองอ่านครับ 1. คุณบ้าอะไร เอาความบ้านั้นมาใช้ รู้ก่อนว่าตัวเองชื่นชอบอะไร บ้าอะไร คลั่งอะไรขนาดที่ให้ทำฟรีๆ ก็เอา ไม่ต้องจ้างก็ได้ จากนั้นจงศึกษาเรื่องนั้นอย่างจริงจังลงมือทำจนเชี่ยวชาญเราจะเล่าเรื่องนี้ ได้คล่อง อย่างผมเองเป็นคนชอบเขียนหนังสือมาก ให้เขียนฟรีๆ ก็เอา สมัยเรียนหนังสือก็เขียนการบ้านวิชาเรียงความส่งแทนเพื่อน เพราะเพื่อนขี้เกียจเขียน เขียนไปเขียนมารู้สึกชอบ เลยลองเอาความบ้านั้นมาแปลงเป็นการเขียนเรื่องธุรกิจดิจิทัล และการตลาดเสียเลย 2. รู้ก่อนว่าคนอื่นชื่นชอบอะไร แล้ว market size ใหญ่พอไหม ถ้าเรารู้ตัวเองแล้วว่าชอบเขียนอะไร แต่ถ้าไม่รู้ว่าคนอ่านต้องการอะไร ตลาดต้องการอะไร ก็ไร้ประโยชน์ ผมแนะนำว่าคุณต้องมีตลาดของตัวเอง และรู้ว่าตัวเองจะไปมีอิทธิพลหรือสร้างความเปลี่ยนแปลงในตลาดของคุณได้อย่างไร เช่นเพื่อนผมคนนึงชื่อวรพล วรพลเป็นคนที่ชื่นชอบการเลี้ยงสุนัขมากๆ แต่ไม่รู้มันเป็นอะไรต้องเลี้ยงแต่สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ พอถามก็จะตอบได้เป็นคุ้งเป็นแควว่าพันธุ์นี้ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอสืบๆ ไปปรากฏว่ามีคนชอบไซบีเรียนฮัสกี้มากพอที่จะทำเป็นธุรกิจเป็นเรื่องเป็นราว ปัจจุบันเลยทำฟาร์มไซบีเรียนฮัสกี้ซะเลย ได้ข่าวว่ากิจการรุ่งโรจน์(ถ้าไม่มีตลาดก็สร้างได้ แต่ต้องอาศัยเวลา) 3. แตกต่าง มีใครทำหรือยัง ถ้ายังไม่มีก็ลุยแต่ถ้ามีแล้วเค้ายังขาดอะไร [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<div style="color: #3b3c3c; font-family: Tahoma; font-size: 14px; line-height: 20px; list-style-type: none; margin-bottom: 10px; margin-top: 10px; padding: 0px;">
เขียน thumbsup มา 4 ปีเต็ม ไม่เคยมีตอนไหนรู้สึกจั๊กกะเดียมเหมือนเขียนพาดหัวตอนนี้เลยผับผ่าครับ (พาดหัวรู้สึกเหมือนเขียนปลุกใจขายตรงชะมัด)</div>
<div style="color: #3b3c3c; font-family: Tahoma; font-size: 14px; line-height: 20px; list-style-type: none; margin-bottom: 10px; margin-top: 10px; padding: 0px;">
จริงๆ แล้วแค่อยากจะรวบรวมแนวคิดส่วนตัวที่ผมใช้ตอนก่อนที่จะร่วมสร้าง thumbsup มาแชร์ครับ ตอนนี้ใครเป็นบล็อกเกอร์น่าลองอ่านครับ</div>
<div style="color: #3b3c3c; font-family: Tahoma; font-size: 14px; line-height: 20px; list-style-type: none; margin-bottom: 10px; margin-top: 10px; padding: 0px; text-align: center;">
<img src="http://p3.isanook.com/hi/0/ud/278/1394421/bloggers-570x383.jpg" height="383" style="border: 0px; list-style-type: none; margin: 5px; max-width: none !important; padding: 0px;" width="570" /></div>
<div style="color: #3b3c3c; font-family: Tahoma; font-size: 14px; line-height: 20px; list-style-type: none; margin-bottom: 10px; margin-top: 10px; padding: 0px;">
1. คุณบ้าอะไร เอาความบ้านั้นมาใช้ รู้ก่อนว่าตัวเองชื่นชอบอะไร บ้าอะไร คลั่งอะไรขนาดที่ให้ทำฟรีๆ ก็เอา ไม่ต้องจ้างก็ได้ จากนั้นจงศึกษาเรื่องนั้นอย่างจริงจังลงมือทำจนเชี่ยวชาญเราจะเล่าเรื่องนี้ ได้คล่อง อย่างผมเองเป็นคนชอบเขียนหนังสือมาก ให้เขียนฟรีๆ ก็เอา</div>
<div style="color: #3b3c3c; font-family: Tahoma; font-size: 14px; line-height: 20px; list-style-type: none; margin-bottom: 10px; margin-top: 10px; padding: 0px;">
สมัยเรียนหนังสือก็เขียนการบ้านวิชาเรียงความส่งแทนเพื่อน เพราะเพื่อนขี้เกียจเขียน เขียนไปเขียนมารู้สึกชอบ เลยลองเอาความบ้านั้นมาแปลงเป็นการเขียนเรื่องธุรกิจดิจิทัล และการตลาดเสียเลย</div>
<div style="color: #3b3c3c; font-family: Tahoma; font-size: 14px; line-height: 20px; list-style-type: none; margin-bottom: 10px; margin-top: 10px; padding: 0px;">
2. รู้ก่อนว่าคนอื่นชื่นชอบอะไร แล้ว market size ใหญ่พอไหม ถ้าเรารู้ตัวเองแล้วว่าชอบเขียนอะไร แต่ถ้าไม่รู้ว่าคนอ่านต้องการอะไร ตลาดต้องการอะไร ก็ไร้ประโยชน์ ผมแนะนำว่าคุณต้องมีตลาดของตัวเอง และรู้ว่าตัวเองจะไปมีอิทธิพลหรือสร้างความเปลี่ยนแปลงในตลาดของคุณได้อย่างไร</div>
<div style="color: #3b3c3c; font-family: Tahoma; font-size: 14px; line-height: 20px; list-style-type: none; margin-bottom: 10px; margin-top: 10px; padding: 0px;">
เช่นเพื่อนผมคนนึงชื่อวรพล วรพลเป็นคนที่ชื่นชอบการเลี้ยงสุนัขมากๆ แต่ไม่รู้มันเป็นอะไรต้องเลี้ยงแต่สุนัขพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ พอถามก็จะตอบได้เป็นคุ้งเป็นแควว่าพันธุ์นี้ดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอสืบๆ ไปปรากฏว่ามีคนชอบไซบีเรียนฮัสกี้มากพอที่จะทำเป็นธุรกิจเป็นเรื่องเป็นราว ปัจจุบันเลยทำฟาร์มไซบีเรียนฮัสกี้ซะเลย ได้<span style="color: #333333;">ข่าว</span>ว่ากิจการรุ่งโรจน์(ถ้าไม่มีตลาดก็สร้างได้ แต่ต้องอาศัยเวลา)</div>
<div style="color: #3b3c3c; font-family: Tahoma; font-size: 14px; line-height: 20px; list-style-type: none; margin-bottom: 10px; margin-top: 10px; padding: 0px;">
3. แตกต่าง มีใครทำหรือยัง ถ้ายังไม่มีก็ลุยแต่ถ้ามีแล้วเค้ายังขาดอะไร มีอะไรที่เราทำได้ดีกว่ามากๆ (แค่ดีกว่าไม่พอ แต่ต้องดีกว่ามากๆ)</div>
<div style="color: #3b3c3c; font-family: Tahoma; font-size: 14px; line-height: 20px; list-style-type: none; margin-bottom: 10px; margin-top: 10px; padding: 0px;">
4. มองหาสูตรการนำเสนอของตัวเอง แล้วใช้เครื่องมือ digital ของเราเล่าเรื่อง การนำเสนอบนโลกออนไลน์ คนจะชอบคนที่มีเอกลักษณ์ มีสไตล์ของตัวเอง อยากให้ลองดูตัวอย่าง รายการ&nbsp; Wine library ของ Gary Veynerchuk นะครับเขาใช้ VDO เล่าเรื่องไวน์ของตัวเองได้เข้าท่ามากๆ เพราะเขาเล่าเรื่องไวน์แนวฮาๆ มันส์ ไว้ถึง 1,000 ตอนก่อนจะปิดตัวลง แล้วไปเปิดบริษัทดิจิทัลเอเยนซี่ของตัวเอง เพราะตัวเองก็ดังแล้ว</div>
<div style="color: #3b3c3c; font-family: Tahoma; font-size: 14px; line-height: 20px; list-style-type: none; margin-bottom: 10px; margin-top: 10px; padding: 0px;">
5. ถ้าคุณไม่มีเรื่องใหม่จะเล่า ก็ไม่เป็นไร แค่มีวิธีใหม่ๆ ในการเล่าที่แตกต่างก็พอ เวลา คุณเขียนบล็อกไป คุณจะมีวันที่ &#8216;ตัน&#8217; เขียนอะไรไม่ออก ให้คุณหยุดสักพัก หาแรงบันดาลใจใหม่ แต่ถ้าไม่มีเวลา คุณก็ไม่จำเป็นจะต้องหาเรื่องใหม่มาเล่า</div>
<div style="color: #3b3c3c; font-family: Tahoma; font-size: 14px; line-height: 20px; list-style-type: none; margin-bottom: 10px; margin-top: 10px; padding: 0px;">
แค่ลองหาวิธีเล่าเรื่องเก่าแต่นำเสนอด้วยวิธีใหม่ก็พอ เพราะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่อยากจะเสพย์เรื่องราวเดิมๆ ในแบบใหม่ๆ เช่น สมัยเราเด็กๆ ฟังเพลงรักแกรมมี่ คีตา อาร์เอส อย่างไรมันก็เพลงรัก แต่ทำไมมีเพลงให้เราฟังได้เป็นพันเป็นหมื่นเพลง?</div>
<div style="color: #3b3c3c; font-family: Tahoma; font-size: 14px; line-height: 20px; list-style-type: none; margin-bottom: 10px; margin-top: 10px; padding: 0px;">
ที่มา:&nbsp;<a href="http://hitech.sanook.com/1394421/">http://hitech.sanook.com/1394421/</a></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://event.sanook.com/android/354/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
